วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประเทศไทยนี้เป็นของใครกัน?


"ถึงแม้ในปัจจุบันเราอาจจะบอกได้ว่า รัฐไทย นั้นเป็น 
คนไท ซึ้งเป็นคนส่วนใหญ่แต่จากการกระทำของ รัฐไทย ในปัจจุบัน 
เราก็เห็นได้ว่าความเป็น รัฐของคนไท ที่ถูกบัญญัติเอาไว้
กลับไม่เป็นความจริงหรือเป็นแค่เพียงฉากหน้าเท่านั้น
เพราะ"รัฐบาล"ไม่เคยเหลียวแหล คนไทแท้ ลูกหลานกรรมกร ชาวนา 
ซึ้งถือได้ว่าเป็น กระดูกสันหลังของชาติเลย"


โดย นักวิชาการฝ่ายขวา

                           คนไท นั้นถือได้ว่าเป็นกลุ่มเชื้อชาติ ที่มีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์ของ"รัฐไทย"รวมไปถึง ดินแดนใกล้เคียงต่างๆเป็นอย่างมาก ในฐานะของกลุ่มคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจของผู้ปกครองจากต่างชาติ ซึ้งเข้ามาช่วงชิงครอบครองดินแดน และ กลืนดินแดนรวมไปถึง"ชนชาติไท"ด้วย อันจะเห็นได้จากการลุกขึ้นสู้ของ พ่อขุนศรีอินราทิตย์ของอาณาจักรสุโขทัยที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์แก่อาณาจักรขอม เลยไปถึง พระนเรศวรมหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ต่อต้านอาณาจักรหงสาวดี รวมไปถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แห่งอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ที่ทำสงครามรักษาอิสรภาพของกรุงสยามเอาไว้ ซึ้งต่างต่อสู้เพื่อให้พ้นจากการครอบงำทางอำานจของกลุ่มชนต่างชาติบนแผ่นดินของรัฐไทยในปัจจุบัน และ เพื่อ รวบรวมคนไท ที่ตั้งตนเป็นอิสระเข้ามาไว้ด้วยกัน ซึ้งถือได้ว่า คนไท นั้นเป็นกลุ่มคนที่บทบาทอย่างยิ่งต่อ รัฐไทย ในปัจจุบันซึ้งพวกเขาต่างต่อสู้เพื่อดำรงรักษา เผ่าผงพันธุ์ เอาไว้

                        แต่ถึงแม้ว่า รัฐไทย จะถูกก่อตั้งขึ้นมาหรือมีคนส่วนใหญ่ เป็น คนไทแท้ นั้น รัฐไทย ในปัจจุบันกลับไม่ปกป้องสิทธิ ของ คนไท ด้วยกันจากการกดขี่ของ พวกนายทุน และ พวกภาระ เพราะว่า รัฐไทย ในปัจจุบันนั้นถูกจัดตั้งขึ้นมาหรือถูกควบคุมโดย ระบบรัฐสภา ที่มีคนต่างเชื้อชาติ เช่น คนจีน หรือ คนมุสลิม เป็นต้นที่ต่างเข้ามามีอำนาจปกครอง คนไท และ รัฐไทย

                        ถึงแม้ในปัจจุบันเราอาจจะบอกได้ว่า รัฐไทย นั้นเป็น คนไทแท้ ซึ้งเป็นคนส่วนใหญ่ แต่จากการกระทำของ รัฐไทย ในปัจจุบัน เราก็เห็นได้ว่า ความเป็น รัฐของคนไท ที่ถูกบัญญัติเอาไว้กลับไม่เป็นความจริงหรือเป็นแค่เพียงฉากหน้าเท่านั้นเพราะ รัฐบาล ไม่เคยเหลียวแหล คนไทแท้ ลูกหลานกรรมกร ชาวนา ซึ้งถือได้ว่าเป็น กระดูกสันหลังของชาติเลย และมันอาจจะเป้นเพราะ อำนาจไม่ได้เคยเป็นของ คนไท มาตลอด เพราะอำนาจในการบริหารจัดการกลับตกอยู่ในมือหรืือถูกผูกขาดโดยกลุ่มชนชาติอื่น ที่ต่างร่ำรวยมาจากการกดขี่ คนไท หรืออำนาจไปตกอยู่ในมือของพวกนักการเมืองในรัฐสภาที่ต่างแย่งชิงอำนาจกัน ขัดแย้งกัน ดูตัวอย่าง ได้จากการรัฐประหารของกองทัพที่รู้จักกันในนามการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ซึ้งหัวหน้าของกลุ่มรัฐประหารนั้นก็คือ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นั้นก็ไม่ใช้ คนไท เสียแล้วซึ้งการกระทำของพวกภาระเหล่านี้ ที่กระทำต่อ รัฐไทย ทำให้ รัฐไทย นั้นเฉื่อยชาและล้าหลังลง

                      ไม่ใช้แค่นั้น ที่เราเห็นว่า คนไทแท้ กำลังสูญเสียบทบาทใน รัฐไทย ทางการเมืองไปแต่มันยังเชื่อมโยงไปถึงสิ่งที่เราสูญเสียบทบาทในด้านเศรฐกิจ ที่เราถือว่า ทุนทางเศรฐกิจ นั้นมีสองทุน คือ ทุนทางการเงิน และ ทุนทางการผลิต ซึ้งพวกภาระนั้นได้ยึด กอด ทุนทางการเงินเอาไว้อย่างแนบแน่น และ มันจะไม่ยอมปล่อย ให้ใครหน้าใหนทั้งนั้น รวมไปถึงในตอนนี้เราเองก็สูญเสียบทบาททางการทหารไปแล้ว ดูได้จากการที่ อดีตผู้บัญชาการของกองทัพบกของไทยอย่าง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นั้นกลับไม่ใช้คนไทย แต่เป็น ชาวมุสลิม ที่มีบทบาททางการทหารในกองทัพของ คนไท ซึ้งถือได้ว่าเป็น ชาวพุทธ และเป็นชนชาติที่นับถือศาสนาพุทธอย่างเหนียวแน่น

                     การสูญเสียอำนาจบทบาทของคนไท ในทุกด้านทำให้ คนไท นั้นในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นะพลเมืองชั้นสอง ซึ้งนั้นก็คือเป็น พลเมืองต่างชาติ ในประเทศตัวเอง ซึ้งต่างได้รับการดูถูกเหยีดหยามจาก ชนชาติ อื่นที่อยู่ในไทยอย่างยิ้มย่องลำพองใจว่า"คนไท นั้นโง่"และต่างเสวยสุขอยู่บนกองเงิน กองทอง ที่เราหามาให้ พวกภาระ เหล่านี้กลับไปยัง กลุ่มชนชาติเดียวกับพวกเค้า และ ทิ้งชนชาติไท เอาไว้เบื้องหลังของเหตุการณ์ และ ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะไม่ได้เห็น คนที่ชื่อว่า ไท อีกแล้ว

                      จากการตั้งคำถามเหล่านี้เราได้รับคำตอบโดยตัวของมันเองอยู่แล้วว่า รัฐไทย ไม่ใช้ของคนไทย แล้วถ้าหากมีคนถามว่า รัฐไทย รวมไปถึง คนไท ควรจะทำเช่นไรในปัจจุบัน เราฝ่ายขวาฟาสซิสต์ นั้นจะบอกกลับไปว่า รัฐไทย จะต้องเป็นของ คนไท จริง ไม่เป็นของ คนไทแค่เพียงในนามเท่านั้น แต่ คนไท และ รัฐไทย ควรจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในฐานะที่เราเป็นทั้งมวลชนส่วนใหญ่ เป็นทั้งผู้ที่กำหนดประเทศนี้ และ เป็นทั้งผู้ทีก่อตัง รัฐไทย นี้ขึ้นมาเพราะเช่นนั้นแล้ว รัฐไทย คือ รัฐของเรา ที่ไม่มีใครจะยื้อแย่งมันไปจากเราได้

ความล้มเหลวของรัฐประชาธิปไตยแบบตะวันตก


โดย นักวิชาการฝ่ายขวา

                         นานมาแล้วที่ รัฐประชาธิปไตยแบบตะวันตก ที่มีวัฒนธรรมรากเหง้ามาจากยุโรปและอเมริกา ถือกำเนิดขึ้นด้วยการเถลิงอำนาจอย่างสูงสุดของพวกเสรีนิยมหัวรุนรแง และพวกเซคูล่าริสต์ ที่ต่อต้านศาสนา ในสมัยแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศษ และด้วยบทเรียนที่ได้รับมาตลอดหรือจากการถูกฝังหัวด้วยระบอบการปกครองนั้นเราเชื่อว่า รัฐประชาธิปไตยแบบตะวันตก นั้นคือ รัฐที่มีคนส่วนใหญ่ เป็นเสียงข้างมากหรือนับคนส่วนใหญ่ไว้ในฐานะเสียงอันทรงคุณค่า ทั้งที่ในปฎิบัติแล้วอำนาจและสิทธิเสียงที่แท้จริงนั้นตกอยู่ในมือของ นักการเมืองและชนชั้นปกครอง ซึ้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปกครองภายใต้ ระบอบที่พวกเราทุกคนสมควรเรียกมันว่า "รัฐเผด็จการประชาธิปไตย"
                   
                        อย่างที่ทราบกัน ความล้มเหลวของการต่อสู้ในสมัยหนึ่งระหว่าง พวกอนุรักษ์นิยม กับ พวกหัวรุนแรงเสรีนิยม ได้นำความอ่อนแอมาสุ่ฐานรากแห่งระบอบศักดินาแบบตะวันตก และยับยั้งการแผ่ขยายของลัทธิศักดินาตะวันตกในโลกใหม่อย่าง เช่น สหรัฐอเมริกา การพ่ายแพ้สงครามของจักรวรรดิศํกดินาตะวันตก อย่าง อังกฤษ ซึ้งอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบอบทุนนิยม และ ความพ่ายแพ้ของระบอบศักดินาแบบตะวันตกในฝรั่งเศษ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นไปในประวัติศาสตร์ยุโรป และ กำลังเป็นไปในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเรา ผู้รักชาติ
                 
                        และเมื่อมันนำความล้มเหลวมาสู่ประเทศชาติและสังคม ในจังหวะที่มันไม่สามารถทำให้ผู้คนเชื่องเชื่อต่อระบอบการปกครองอันทุจริต และ ฉ้อฉล ได้อีกต่อไปเมื่อผู้คนเริ่มกลับไปหาสังคมรากเหง้าของตนเองซึ้งเป็นสังคมกลุ่มชนศาสนาจนนำไปสู่ "ขบวนการหวนคืนสู่รากเหง้า" พวกประชาธิปไตย จะกลายตัวเองเป็น"รัฐเผด็จการซ่อนรูป"ที่กำจัดผู้เห็นต่างโดยเฉพาะ ขบวนการ ที่พวกมันฝ่ายประชาธิปไตย เรียกอย่างดูถูกดูแคลนว่า"พวกหลงชาติหัวรุนแรง"แต่ในความเป็นจริงเราต้องการหวนคืนสู่รากเหง้าของเราต่างหาก  หรือในบางที่มันได้ทำพันธมิตรกับพวกฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ที่จงเกลียดจงชัง ความเป็นชาติ สังคม และ ศาสนา ซึ้งรอคอยหาโอกาสรุมขย้ำ จิตวิญญาณและรากเหง้าของเรา เพื่อสถาปนาระบอบ"เผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์"ขึ้นมาบน รัฐทุนนิยมประชาธิปไตย ที่ล้มเหลวนั้น เช่น บทเรียนในสาธารณรัฐไวร์มาของเยอรมัน ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หรือ ใน อดีตราชอาณาจักรฮังการี เป็นต้น
               
                    รัฐประชาธิปไตยแบบตะวันตก นั้นถือเป็นรัฐที่ล้มเหลวและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมโสมมซึ้งถูกกัดเซาะไปด้วยสนิมและความรุนแรงในสังคมของพวกเขาเอง กดดันคนรุ่นใหม่ในสังคมให้เริ้มหันกลับไปหารากเหง้าของพวกเขา ซึ้งมีสังคมและชุมชนสมัยโบราณเป็นต้นแบบ ก่อให้เกิดพลวัตรสากลของกลุ่มชนขึ้นมาในการต่อต้าน ประชาธิปไตยจอมปลอม ซึ้งถูกควบคุมโดยชนชั้นนายทุนและนัการเมืองผูกขาดและส้รางประชาธิปไตยยุคใหม่ในแบบสังคมของกลุ่มชนตนเองขึ้นมา