"ชาวมุสลิมนั้นมักชอบกล่าวอ้างเสมอว่าชาวยุโรปนั้นรุกรานพวกเค้าก่อนในสงครามครูเสดโดยที่พวกเขาไม่ได้มองย้อนกลับไปเลยว่าเมื่อ 500 ปีก่อนนั้นกองทัพอิสลามก็ได้รุกรานยุโรปเช่นกันจนก่อให้เกิดเป็นปฎิกริยาขึ้น"
โดย นักวิชาการฝ่ายขวา
ตามความเห็นของ ฮันติงตัน นั้นปฏิกริยาสงครามครูเสดระหว่าง ชาวคริสต์ กับ ชาวมุสลิม นั้น เกิดมาจากการที่"กองทัพอิสลาม"นั้นได้รุกรานยุโรปและยึดครองสเปน ซึ้งในเวลาต่อมานั้นชาวยุโรปได้ตอบโต้ด้วยการบุกยึด"เยรูซาเล็ม"อันเป็นเมืองศักสิทธิ์ทางศาสนาของทั้งคริสต์ และ อิสลาม ก่อเป็นปฎิกริยาจนถึงทุกวันนี้
จักรวรดิอิสลาม นั้นถูกสถาปนาขึ้นมาภายหลังศาสดาอิสลาม มูฮัมหมัด ได้สิ้นชีวิตไปแล้วในปี ค.ศ.632 โดย"ราชวงอุมัยยะ"ของอิสลามได้มีการเผยแผ่ศาสนาอิสลามด้วยคมดาบไปยังส่วนอื่นๆในตะวันออกกลางนอกอารเบีย จนเกิดเป็น สงครามขึ้นระหว่าง ชนพื้นเมืองที่นับถือศาสนาต่างๆทั้งคริสต์ตะวันออก โซโรแอสเตอร์ และ ยูดาย กับ ชาวอาหรับที่นับถือศาสนาอิสลาม มีการทำลายล้างศาสนสถานโบราณของชาวคริสต์อาหรับ และในไม่ช้า ตะวันออกลางก็กลายเป็นดินแดนของอิสลามไปไม่ใช้แค่นั้น จักรวรรดิอิสลาม ยังคงทะเยอทะยานกระหายในอำนาจ พวกเขาได้มุ่งสู่ยุโรปด้วยการเข้ายึดสเปน ก่อนที่จะถูกผลักดันออกมาด้วยกองทัพชาวคริสต์ของพระเจ้า ชาร์ล มาร์แต ทำให้กองทัพอิสลามนั้นหยุดแผ่อิทธิพลในยุโรปตะวันตก และ พวกเค้าได้มุ่งสู่ตะวันออกเช่นกันทั้งใน จีน อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในอินเดียนั้นการรุกรานของชาวมุสลิม ก่อเป็นเหตุการณ์บาดลึกในประวัติศาสตร์ของชาวพุทธโดยชาวมุสลิมได้ทำการสังหารพระสงฆ์กว่าสองหมื่นรูปที่นาลันทา และ ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวพุทธไปกว่าสิบล้านคน แต่สุดท้ายอิทธิพลของอิสลามก็ต้องมาหยุดอยู่ที่พรมแดนทางธรรมชาติที่เรียกว่า"แนวเทือกเขาอาระกัน"ซึ้งสามารถปกป้องพม่า-ผืนแผ่นดินใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นอิสระจากอิทธิพลของอิสลามเอาไว้ได้ แต่หมู่เกาะต่างๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นไม่สามารถป้องกันอิรภาพของตนเองจากการรุกรานของมุสลิมได้เพราะดินแดนนี้เป็นเส้นทางทางการค้าของชาวอาหรับ-เปอร์เซีย โบราณก่อนที่จะมาเป็นชาวมุสลิม พอชาวมุสลิมได้เข้ามาถึงมีจำนวนมากขึ้นชาวมุสลิมได้ทำการกลืนชนพื้นเมืองเดิมและตั้ง นครรัฐอิสระอิสลาม แข่งกับอำนาจ รัฐพุทธ-ฮินดู ในพื้นที่ก่อนที่จะรวมตัวกันล้มราชวงฮินดู-พุทธ ซึ้งประจักษ์พยานว่าพื้นที่นี้เคยเป็นของชาวพุทธมาก่อนนั้น คือ ศาสนาสถานชาวพุทธโบราณปุโรพุทโธ ส่วนในจีนนั้น ชาวมุสลิม แผ่อำนาจผ่านเอเชียกลางเข้าไปยัง แคว้นอุยเกอร์ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่กับที่ตรงกำแพงเมืองจีน และการรุกรานโลกตะวันออกของอิสลาม ก็ได้หยุดชะงักลง
ชาวมุสลิมนั้นมักชอบกล่าวอ้างเสมอว่าชาวยุโรปนั้นรุกรานพวกเค้าก่อนในสงครามครูเสดโดยที่พวกเค้าไม่ได้มองย้อนกลับไปเลยว่าเมื่อ 500 ปีก่อนนั้นกองทัพอิสลามก็ได้รุกรานยุโรปเช่นกันจนก่อให้เกิดเป็นปฎิกริยาตอบโต้ขึ้น ซึ้งทัศนะที่กล่าวมาของชาวมุสลิม คล้ายคลึงกับทัศนะแบบเดียวกันกับที่ พวกคนขาวและจักรวรรดินิยมตะวันตกใช้ คือมักอ้างว่าเป็นภาระของพวกเค้าในการนำคนพื้นถิ่นไปสู่ความเจริญซึ้งมันก็เป็นทัศนะที่ถูกต้องซึ้งสามรถใช้กับบางส่วนของโลกได้ แต่ในขณะเดียวกันโลกบางโลกนั้นก็มีความเจริญรุ่งเรืองในตัวมันเอง เช่น โลกตะวันออก ซึ้งในช่วงนั้นมีความเจริญทั้งทางเทคโนโลยี วิชาการ ศาสนา มากกว่า โลกอิสลามเองเสียอีก
ภายหลังจากที่ กองทัพมองโกล ได้โจมตีทำลายศูนย์กลางของอารยธรรมอิสลาม ที่เมืองแบกแดด และ ภายหลังสงครามครูเสด ระหว่าง ชาวคริสต์ กับ ชาวมุสลิม แล้ว โลกอิสลามได้แตกแยกเป็น 3 จักรวรรดิใหญ่ ได้แก่ จักรวรรดิโมกุล ซึ้งเป็นจักรวรรดิที่ปกครองอินเดียในขณะเดียวกันก็ได้ทำการกดขี่ประชาชนต่างศาสนาในอินเดียอย่างสุดขีด จักรวรรดิออตโตมาน ของชาวมุสลิมเติร์ก ที่มีอำนาจขยายใหญ่สุดตั้งแต่ ยุโรป(ภูมิภาคบอลข่าน) ไปจนถึงตะวันออกกลาง เป็น จักรวรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และ สุดท้ายจักรวรรดิซาฟาวิด อันเป็นจักรวรรดิของชาวมุสลิมนิกายชีอะร์ ที่ปกครอง อีรัก อิหร่าน(เปอร์เซียเก่า) อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน บางส่วนของตุรกี และ ปากีสถาน รวมไปถึง เติร์กเมนิสถาน ซึ้งทั้งสามจักรวรรดินั้นได้ทำการเข่นฆ่าสังหารบังคับชนพื้นเมือง ในขณะเดียวกับที่ทั้งสามจักรวรรดิใหญ่ของอิสลามเองนั้นก็เข่นฆ่ากันเองเช่นกัน อันเนื่องมาจากความแตกต่างทางนิกายของศาสนา แต่อิสลามก็ยังมีอำนาจอยู่
จนกระทั่งในศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิยุโรปที่ได้สถาปนาตนเองขึ้นสู่จุดสูงสุดพวกเค้าได้เดินทางมาถึงโลกอิสลามด้วยวิทยาการใหม่ๆและความสามารถทางเทคโนโลยีที่สูงกว่าโลกอิสลามเพื่อทำการแบ่งแยกอิสลามและล่าอาณาณิคมขนานใหญ่ ส่วนโลกอิสลามนั้นได้เข้าสู่ยุคมืดทางปัญญามีการต่อสู้กันเองระหว่างพวกก้าวหน้ากับพวกสุดโต่งคลั่งศาสนา และนี้นำไปสู่การเสื่อมอำนาจและการประกาศอิสรภาพของชาวยุโรปต่ออำนาจการปกครองของอิสลามแถบบอลข่านในปี ค.ศ.1911 ยุโรปแถบบอลข่าน นั้นได้ทำการประกาศอิสรภาพและปฎิเสธการกดขี่ข่มเหงจากชาวมุสลิมและรัฐอิสลามต่อชาวคริสต์ออร์โทด็อก ซึ้งเป็นเครื่องหมายที่ว่าพวกเขาจะไม่ยอมทนรับการกดขี่ข่มเหงจากชาวอิสลามอีกต่อไปแล้ว และนำไปสู่สงครามกับจักรวรรดิออตโตมาน ซึ้งในท้ายที่สุดผู้กดขี่ก็พ่ายแพ้ ยุโรป มีอิสรภาพแล้ว อิสรภาพในการตัดสินตัวเองทั้งหมด ส่วนในเอเชียนั้น ราชวงโมกุลของอิสลามได้ล่มสลายไปแล้วจากการต่อต้านของชาวอินเดียผู้ไม่ยอมโดนกดขี่จากอิสลามอีกแล้วแต่อินเดียก็ยังคงตกอยู่ใต้อิทธิพลของตะวันตกแต่ในอีกไม่ช้า พวกเขาจะมีสิทธิกำหนดชะตาของเขาเองภายหลังจากที่สงครามโลกครั้งที่สองจบลง
อิสลาม นั้นคือลัทธิของผู้รุกรานที่กระทำการรุนแรงต่อพวกเราชาวพุทธและการจะหยุดยั้งผู้รุกรานนั้นเราควรจะร่วมมือกับผู้รักชาติทั้งหลายเพื่อจัดตั้งขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนในการต่อสู้กับอิทธิพลของอิสลามทุกรูปแบบ และ การกลืนทางวัฒนธรรมของชนชาติมุสลิมซึ้งนั้นต้องอาศัยพลังของประชาชนผู้รักชาติ รักความเป็นธรรม ทั้งหลาย ตื่นเถิดประชาชนชาวไทย อิสลามผู้รุกราน จงพินาศ
