"ทหารไทใหญ่ ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวไทยใหญ่ในรัฐฉาน
น่าแปลกที่"ชาวไทใหญ่"นั้นมีเชื้อชาติเดียวกับ"คนไท"ในรัฐไทย
แต่พวกเขาไม่ได้มีอำนาจปกครองตนเอง เช่น คนไทย"
โดย นักวิชาการฝ่ายขวา
การต่อสู้กันระหว่าง กองกำลังติดอาวุธเชื้อชาติต่างๆ กับ รัฐบาลฝ่ายเผด็จการทหารพม่า นั้นคือผลพวงมาจากยุคล่าอาณาณิคมที่เจ้านายตะวันตกได้แผ่ขยายอำนาจไปยังส่วนอื่นๆของโลก ในแถบบริเวณใกล้เคียงของเราก็เช่นกัน ในประวัติศาสตร์ของไทยเรานั้น เราจำได้ว่า เราได้ถูกฉกชิงไม่แค่เพียงดินแดนไปเท่านั้น แต่เรายังถูกฉกชิงประชากรเชื้อชาติเดียวกับเราที่อาศัย อยู่ในดินแดนนั้นๆไปด้วย พวกเขาได้ถูกปกครองด้วยเจ้านายตะวันตก ในขณะที่ รัฐบาลกรุงเทพ ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้ และพวกเขาอยู่ในสภาพจำยอมต่อสถานะของพลเมืองแห่งรัฐบาลอาณาณิคมไม่ใช้ รัฐบาลอิสระ ที่ไม่ขึ้นตรงต่อใคร มีคำกล่าวว่า ไทย ไม่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ใช้แล้วมันถูกต้อง แต่ ชนเชื้อชาติไท กลับต้องตกอยู่ในสภาพแห่งการเป็นเมืองขึ้น ต่อผู้ปกครองต่างชาติ
การล่าอาณาณิคมครั้งใหญ่ของตะวันตก ในช่วงศตวรรษที่ 19 อันได้ชื่ออันสวยหรูว่า ภาระของคนขาวในการนำความเจริญทางวัมนธรรมไปให้ ชนชาติ ที่ด้อยกว่าซึ้งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น จริงอยู่ที่ตะวันตกอาจนำเอาความคิดหรือเทคโนโลยีเข้ามามาพัฒนาดินแดนที่พวกเขาเข้าไปยึดแต่แน่นอนไม่ใช้เพื่อชาวพื้นเมืองของชาตินั้นๆ แต่หากเป็นการกดขี่ ชนพื้นเมืองของชาตินั้นๆต่างหาก แม้แต่เป็น ชาวผิวขาวด้วยกันยังไม่เว้นในการสูบทรัพยากร เช่น ชาติยุโรปตะวันออก และ ยุโรปกลาง เช่น เยอรมัน ซึ้งเคยถูกยุโรปตะวันตกสูบเลือดสูบเนื้อมาหลายร้อยปีเป็นต้น พวกเขาเข้ามาจัดระเบียบการปกครองใหม่ จัดตั้ง รัฐบาลอาณาณิคมเผด็จการต่างเชื้อชาติ ขึ้นกดขี่ ชาวพื้นเมืองเจ้าของดินแดนเดิม โดยไม่สนใจเรื่องเชื้อชาติพวกเขาขีดเส้นแบ่งอิทธิพลกันอย่างสนุกมือ แบ่งแยกคนเชื้อชาติเดียวกันให้ออกจากกันเพื่อไม่ให้รวมตัวกันได้
ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลง ความเสื่อมของจักรวรรดินิยมคนขาว นำไปสู่การไม่สามารถควบคุมอาณาณิคมอันมีโครงข่ายเชื่อมโยงอยู่ทั่วโลกได้ พวกเขาได้ประกาศยกเลิกอาณาณิคม ซึ้งในบางแห่งก็มีการต่อสู้กัน บางแห่งก็เกิดอย่างสันติ แต่ตะวันตกไม่เคยยอมปล่อยวางพวกเขาวางยาพิษพวกเราด้วยการลากเส้นแบ่งเขตแดนใหม่ตามผลประโยชน์ของพวกเค้า และ จัดตั้ง ชนชั้นปกครองหัวตะวันตกอันเป็นชาวพื้นเมืองขึ้นมาเพื่อกดขี่คนชนชาติเดียวกัน หรืออาจะ กดขี่คนต่างเชื้อชาติในประเทศเดียวกัน เช่น ชาวไทใหญ่ อันเป็นพี่น้องของเราในพม่าซึ้งโดนกดขี่โดย รัฐบาลเผด็จการทหารของพม่า เป็นต้น
การต่อสู้กันที่ไม่สิ้นสุดในสงครามของดินแดนบางแห่งที่ตะวันตกไม่ได้ให้ความใส่ใจนออกจากผลปะรโยชน์ของพวกเค้าในการสูบเลือดสูบเนื้อเจ้าของดินแดน นั้นหรือทำมันไม่มีเอกภาพไม่สามารถรวม เชื้อชาติเดียวกันให้เป็นปึกแผ่นเข็มแข้งได้ เพราะฉะนั้นแล้ว รัฐไทย ในปัจจุบันควรมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือปกป้องพี่น้องของเราในดินแดนต่างเพราะ ประเทศนี้เป็นประเทศของชาวไท และ ทุกคนที่เป็น คนไท ควรได้รับการปกป้องจากการกดขี่ในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้ที่มีเชื้อชาติเดียวกับเราชาวไท ในดินแดนนี้ ความสามัคคีทางเชื้อชาติ นั้นคือ หนึ่งในพลังของผู้รักชาติเช่นเรา
